
สดจากสนามข่าว
สุรชัย ส้มเกลี้ยง เรื่อง/ภาพ
ชื่อของแก๊ง "ตามาร" แก๊งยารายใหญ่ในสุราษฎร์ธานีเงียบหายไปได้สักระยะแล้ว หลังจากลูกพี่ใหญ่ "เอ็ม ตามาร" หนีการคุมขังจากเรือนจำกลางสุราษฎร์ธานี แล้วถูกเจ้าหน้าที่จับตายไปเมื่อปีที่แล้ว
ทำให้บรรดาลูกสมุนในแก๊งหากไม่ถูกตามจับกุม ก็ต่างหลบหนีออกนอกพื้นที่ หรือเก็บตัวเงียบจนเรื่องราวเริ่มเลือนหายไป
กระทั่งช่วงสายวันที่ 14 มิ.ย. ที่ผ่านมา นายสนิท จันทนา อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80 ถนนเหมียงแกะ ต.บ้านนาสาร อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี ฉายา "หมอ ตามาร" อดีตสมุนคนหนึ่งในแก๊ง ได้ทำให้ชื่อของแก๊งตามารกลับมาเป็นข่าวใหญ่อีกครั้ง
เมื่อเจ้าตัวพยายามต่อสู้ขัดขืนการจับกุมของตำรวจ จนถูกวิสามัญฆาตกรรมตายตามลูกพี่ไปอีกราย
เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อ ร.ต.ต.สาธิต สโมสร รองสวป.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาท ที่หมู่บ้านรินทองชุมชนบางชุมโถ ต.มะขามเตี้ย อ.เมืองสุราษฎร์ธานี ในระหว่างออกตรวจพื้นที่ตามปกติ จึงนำกำลังเดินทางไปตรวจสอบ
ก่อนพบคนร้ายเป็นชายวัยกลางคน มีลักษณะคล้ายเมายากำลังทะเลาะกับหญิงสาววัยรุ่นคนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงจอดรถลงไปตรวจสอบ เพื่อห้ามปรามพร้อมสอบถามเรื่องราวตามระเบียบ
แต่เมื่อชายดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ กลับชูระเบิดลูกเกลี้ยงขึ้นมาขู่แล้วรีบวิ่งไปชิงรถปิกอัพขับหลบหนีเข้าไปในซอยโรงอิฐ ซึ่งอยู่ใกล้เคียง
เจ้าหน้าที่จึงวิทยุขอกำลังเสริม พร้อมขับรถไล่ติดตามก่อนขับขวางทาง ทำให้คนร้ายตัดสินใจทิ้งรถและวิ่งเข้าไปซ่อนตัวในพงหญ้าริมถนน
ต่อมา พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ. จว.สุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชโยดม จินตวิโรจน์, พ.ต.อ.สมเกียรติ แก้วมุข รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี และ พ.ต.อ.วิสุทธิ์ ภู่พันธ์ศรี ผกก.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี นำกำลังเสริมทั้งชุดปฏิบัติการพิเศษบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี กว่า 50 นาย ร่วมปิดล้อมบริเวณดังกล่าวเอาไว้
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าชายดังกล่าวน่าจะเคยก่อคดีเอาไว้ จึงเกรงว่าจะถูกเจ้าหน้าที่จับกุม เมื่อเห็นตำรวจจึงพยายามหลบหนี
เมื่อสอบสวนหญิงสาวที่มีเรื่องทะเลาะกัน จึงทราบว่าที่แท้แล้วคนร้าย คือ นายสนิท จันทนา อายุ 39 ปี หรือฉายา "หมอ ตามาร" อดีตลูกน้องของนายจักนรินทร์ จันโกมล หรือ "เอ็ม ตามาร" นั่นเอง
หลังทราบว่าคนร้ายเป็นใคร พล.ต.ต.อภิชาติสั่งการให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษในการล้อมจับ เนื่องจากนายสนิทเป็นผู้ต้องหารายสำคัญ และมีหมายจับติดตัวหลายคดีในพื้นที่สุราษฎร์ธานี
กำลังเจ้าหน้าที่จึงปิดล้อมตรวจค้น กระทั่งพบนายสนิทถอดเสื้อซุ่มอยู่ในบึงน้ำ แต่เนื่องจากเห็นแล้วว่าคนร้ายมีระเบิดสังหารอยู่ จึงไม่พลีพลามลงไปจับตัว
โดยพยายามเกลี้ยกล่อมอยู่ราว 1 ชั่วโมง กระทั่งนายสนิทยอมเผยตัวออกมามอบตัว เจ้าหน้าที่สั่งให้นายสนิทชูมือเอาไว้ให้เห็นตลอดเวลา พร้อมให้เดินขึ้นมาจากบึงน้ำ
วินาทีสำคัญมาถึงเมื่อเหลือเพียงไม่กี่ก้าวก็จะถึงจุดที่เจ้าหน้าที่คุมเชิงรออยู่ แต่จู่ๆ นายสนิทกลับใช้มือล้วงไปใต้น้ำแล้วหยิบระเบิดลูกเกลี้ยงที่ซ่อนอยู่ ก่อนพยายามดึงสลักนิรภัยออกเพื่อปาใส่เจ้าหน้าที่
นายสนิทที่กำระเบิดไว้แน่น เงื้อมือไปด้านหลังทำท่าจะขว้างใส่เจ้าหน้าที่ซึ่งบีบวงล้อมเข้ามาทางด้านหน้า
ทำให้ตำรวจที่ล้อมอยู่ด้านหลังตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงใส่ กระสุนทะลุแก้มซ้าย 1 นัด และหลังอีก 5 นัด ทำให้นายสนิทเสียชีวิตคาที่ ก่อนเข้าเก็บกู้ระเบิดเอาไว้ได้
เบื้องต้นพบเป็นชนิดลูกเกลี้ยงรัศมีการทำลายล้างประมาณ 15 เมตร
พล.ต.ต.อภิชาติเปิดเผยหลังเหตุการณ์สงบว่า การวิสามัญฆาตกรรม "หมอ ตามาร" คนร้ายในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการทำเกินกว่าเหตุ เนื่องจากเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับหลายคดีในพื้นที่สุราษฎร์ธานี พร้อมทั้งมีประวัติใช้อาวุธปืนและระเบิดฝ่าวงล้อมการจับกุมคดียาเสพติดของตำรวจมาแล้ว
"การที่เจ้าหน้าที่ต้องตัดสินใจยิงใส่จากทางด้านหลัง เนื่องจากขณะนั้นคนร้ายได้ดึงสลักระเบิดออก แล้วเอี้ยวตัวจะขว้างใส่เจ้าหน้าที่ ซึ่งตัวเจ้าหน้าที่ที่อยู่ด้านหน้าเห็นแล้ว แค่เกิดอาการชะงักอยู่ระยะหนึ่ง ทำให้ตำรวจคนอื่นต้องตัดสินใจวิสามัญในที่สุด หากไม่เช่นนั้นอาจเกิดการสูญเสียชีวิตทั้งตัวผู้ต้องหา ตำรวจและสื่อมวลชนในบริเวณใกล้เคียง" พล.ต.ต.อภิชาติกล่าว
ดูจากรูปการณ์แล้วเจ้าตัวตั้งใจสู้ตายกับตำรวจแน่นอน หากเจ้าหน้าที่ตัดสินใจช้ากว่านี้ ไม่อยากคิดว่าจะเกิดความสูญเสียขนาดไหน
